ลงทุนกับ myinvestmentarea

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

P16-17 เบญจศีลสิกขาบทที่ ๒

เบญจศีลสิกขาบทที่

อทินฺนาทานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการลักทรัพย์

. ความมุ่งหมาย ท่านบัญญัติศีลข้อนี้ไว้เพื่อให้ทุกคนงดเว้นจากการทำมาหากินในทางทุจริต ให้ประกอบอาชีพในทางสุจริต และเคารพในกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น

. ข้อห้าม ในสิกขาบทนี้ ข้อห้ามโดยตรง คือห้ามกระทำโจรกรรม แต่ผู้รักษาศีลพึงเว้นจากการกระทำอันเป็นบริวารของโจรกรรมด้วย คือ

.๑ โจรกรรม การกระทำที่เป็นโจรกรรมมี ๑๔ อย่าง คือ

- ลัก คือขโมยเอาทรัพย์เมื่อเจ้าของไม่เห็น

- ฉก คือชิงเอาทรัพย์ต่อหน้าเจ้าของ

- กรรโชก คือทำให้เขากลัวแล้วให้เขาให้ทรัพย์หรือยกเว้นให้ไม่ต้องเสียทรัพย์

- ปล้น คือร่วมหัวกันหลายคน มีศัสตราวุธเข้าปล้นทรัพย์

- ตู่ คืออ้างหลักฐานพยานเท็จ หักล้างกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น

- ฉ้อ คือโกงทรัพย์ของผู้อื่น

- หลอก คือปั้นเรื่องให้เขาเชื่อแล้วให้เขาให้ทรัพย์

- ลวง คือใช้เล่ห์เอาทรัพย์ด้วยเครื่องมือลวง

- ปลอม คือทำหรือใช้ของปลอม

- ตระบัด คือยืมของคนอื่นมาใช้แล้วยึดเอาเสีย

- เบียดบัง คือกินเศษกินเลย

- สับเปลี่ยน คือแอบสลับเอาของผู้อื่นซึ่งมีค่ากว่า

- ลักลอบ คือหลบหนีภาษีของหลวง

- ยักยอก คือใช้อำนาจหน้าที่อันมีอยู่ ถือเอาทรัพย์โดยไม่สุจริต

.๒ อนุโลมโจรกรรม การกระทำอันเป็นอนุโลมโจรกรรม มี ๓ อย่าง คือ:-

- สมโจร คือสนับสนุนโจร

- ปอกลอก คือคบเขาเพื่อปอกลอกเอาทรัพย์

- รับสินบน คือรับสินจ้างเพื่อกระทำผิดหน้าที่ การรับสินบนนี้ หากผู้รับมีเจตนาร่วมกับผู้ให้ในการทำลายกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น ก็เป็นการร่วมทำโจรกรรมโดยตรงศีลย่อมขาด

.๓ ฉายาโจรกรรม การกระทำเป็นฉายาโจรกรรมมี ๒ อย่าง คือ

- ผลาญ คือทำลายทรัพย์ผู้อื่น (ไม่ถือเอาเป็นของตน)

- หยิบฉวย คือถือวิสาสะเกินขอบเขต

ทั้งนี้ ถ้ามีเจตนาในทางทำลายกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นรวมอยู่ด้วย ก็ไม่พ้นเป็นโจรกรรม ศีลย่อมขาด

หมายเหตุ : เฉพาะอนุโลมโจรกรรม กับฉายาโจรกรรมนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้ทำอีกด้วย ถ้าเจตนาทำลายกรรมสิทธิ์ ศีลก็ขาด ถ้าเจตนาไม่แน่ชัด ศีลก็เพียงด่างพร้อย

. หลักวินิจฉัย การกระทำโจรกรรม ที่ถึงขั้นศีลขาด ต้องประกอบด้วยองค์ ๕ คือ

.๑ ของนั้นมีเจ้าของ

.๒ ตนรู้ว่าของนั้นมีเจ้าของ

.๓ จิตคิดจะลัก

.๔ พยายามลัก

.๕ ได้ของนั้นมาด้วยความพยายามนั้น

. เหตุผลอื่น (เหตุผลของผู้รักษาศีลข้อที่ ๒)

สัตว์ทุกชนิดย่อมมีปากมีท้อง และมีภาระในการหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยกันทั้งนั้น ทั้งไก่ สุนัข ลิง แมว และสารพัดสัตว์รวมทั้งคนด้วย แต่ธรรมชาติได้สร้างอวัยวะไว้ให้เป็นเครื่องมือหากิน พอเหมาะพอสมควรกับตัว สามารถหากินอิ่มท้องได้ภายในตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก และยังเหลือเวลาพักผ่อนอีกด้วย คนเราก็เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง มีปาก มีท้อง และมีอวัยวะหากินเหมือนกัน และยังมีสมองและปัญญามากกว่าสัตว์ สามารถทำมาหากินได้จนพอที่จะเผื่อแผ่คนอื่นได้อีกด้วย คนที่ลักขโมยฉ้อโกงเขากิน จึงเป็นคนทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนเอง คนที่ใช้ความรู้โกงทรัพย์ คนอื่นนั้น ไม่ใช่ความดีวิเศษอะไร เพราะการโกงทรัพย์คนอื่นนั้นแม้แต่ไก่ก็โกงกันกินได้

ร้ายยิ่งไปกว่านั้น การลักขโมยฉ้อโกงเอาทรัพย์ผู้อื่นนั้น เราเองได้ทรัพย์ภายนอกมา แต่ต้องเสียทรัพย์ภายใน คือศีลธรรมและเกียรติยศของตนเอง ซึ่งเทียบราคากันไม่ได้เลย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น