เบญจศีลสิกขาบทที่ ๒
อทินฺนาทานา เวรมณี เจตนางดเว้นจากการลักทรัพย์
๑. ความมุ่งหมาย ท่านบัญญัติศีลข้อนี้ไว้เพื่อให้ทุกคนงดเว้นจากการทำมาหากินในทางทุจริต ให้ประกอบอาชีพในทางสุจริต และเคารพในกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
๒. ข้อห้าม ในสิกขาบทนี้ ข้อห้ามโดยตรง คือห้ามกระทำโจรกรรม แต่ผู้รักษาศีลพึงเว้นจากการกระทำอันเป็นบริวารของโจรกรรมด้วย คือ
๒.๑ โจรกรรม การกระทำที่เป็นโจรกรรมมี ๑๔ อย่าง คือ
- ลัก คือขโมยเอาทรัพย์เมื่อเจ้าของไม่เห็น
- ฉก คือชิงเอาทรัพย์ต่อหน้าเจ้าของ
- กรรโชก คือทำให้เขากลัวแล้วให้เขาให้ทรัพย์หรือยกเว้นให้ไม่ต้องเสียทรัพย์
- ปล้น คือร่วมหัวกันหลายคน มีศัสตราวุธเข้าปล้นทรัพย์
- ตู่ คืออ้างหลักฐานพยานเท็จ หักล้างกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น
- ฉ้อ คือโกงทรัพย์ของผู้อื่น
- หลอก คือปั้นเรื่องให้เขาเชื่อแล้วให้เขาให้ทรัพย์
- ลวง คือใช้เล่ห์เอาทรัพย์ด้วยเครื่องมือลวง
- ปลอม คือทำหรือใช้ของปลอม
- ตระบัด คือยืมของคนอื่นมาใช้แล้วยึดเอาเสีย
- เบียดบัง คือกินเศษกินเลย
- สับเปลี่ยน คือแอบสลับเอาของผู้อื่นซึ่งมีค่ากว่า
- ลักลอบ คือหลบหนีภาษีของหลวง
- ยักยอก คือใช้อำนาจหน้าที่อันมีอยู่ ถือเอาทรัพย์โดยไม่สุจริต
๒.๒ อนุโลมโจรกรรม การกระทำอันเป็นอนุโลมโจรกรรม มี ๓ อย่าง คือ:-
- สมโจร คือสนับสนุนโจร
- ปอกลอก คือคบเขาเพื่อปอกลอกเอาทรัพย์
- รับสินบน คือรับสินจ้างเพื่อกระทำผิดหน้าที่ การรับสินบนนี้ หากผู้รับมีเจตนาร่วมกับผู้ให้ในการทำลายกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น ก็เป็นการร่วมทำโจรกรรมโดยตรงศีลย่อมขาด
๒.๓ ฉายาโจรกรรม การกระทำเป็นฉายาโจรกรรมมี ๒ อย่าง คือ
- ผลาญ คือทำลายทรัพย์ผู้อื่น (ไม่ถือเอาเป็นของตน)
- หยิบฉวย คือถือวิสาสะเกินขอบเขต
ทั้งนี้ ถ้ามีเจตนาในทางทำลายกรรมสิทธิ์ของผู้อื่นรวมอยู่ด้วย ก็ไม่พ้นเป็นโจรกรรม ศีลย่อมขาด
หมายเหตุ : เฉพาะอนุโลมโจรกรรม กับฉายาโจรกรรมนั้น ต้องพิจารณาถึงเจตนาของผู้ทำอีกด้วย ถ้าเจตนาทำลายกรรมสิทธิ์ ศีลก็ขาด ถ้าเจตนาไม่แน่ชัด ศีลก็เพียงด่างพร้อย
๓. หลักวินิจฉัย การกระทำโจรกรรม ที่ถึงขั้นศีลขาด ต้องประกอบด้วยองค์ ๕ คือ
๓.๑ ของนั้นมีเจ้าของ
๓.๒ ตนรู้ว่าของนั้นมีเจ้าของ
๓.๓ จิตคิดจะลัก
๓.๔ พยายามลัก
๓.๕ ได้ของนั้นมาด้วยความพยายามนั้น
๔. เหตุผลอื่น (เหตุผลของผู้รักษาศีลข้อที่ ๒)
สัตว์ทุกชนิดย่อมมีปากมีท้อง และมีภาระในการหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องด้วยกันทั้งนั้น ทั้งไก่ สุนัข ลิง แมว และสารพัดสัตว์รวมทั้งคนด้วย แต่ธรรมชาติได้สร้างอวัยวะไว้ให้เป็นเครื่องมือหากิน พอเหมาะพอสมควรกับตัว สามารถหากินอิ่มท้องได้ภายในตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก และยังเหลือเวลาพักผ่อนอีกด้วย คนเราก็เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง มีปาก มีท้อง และมีอวัยวะหากินเหมือนกัน และยังมีสมองและปัญญามากกว่าสัตว์ สามารถทำมาหากินได้จนพอที่จะเผื่อแผ่คนอื่นได้อีกด้วย คนที่ลักขโมยฉ้อโกงเขากิน จึงเป็นคนทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตนเอง คนที่ใช้ความรู้โกงทรัพย์ คนอื่นนั้น ไม่ใช่ความดีวิเศษอะไร เพราะการโกงทรัพย์คนอื่นนั้นแม้แต่ไก่ก็โกงกันกินได้
ร้ายยิ่งไปกว่านั้น การลักขโมยฉ้อโกงเอาทรัพย์ผู้อื่นนั้น เราเองได้ทรัพย์ภายนอกมา แต่ต้องเสียทรัพย์ภายใน คือศีลธรรมและเกียรติยศของตนเอง ซึ่งเทียบราคากันไม่ได้เลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น